หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน เปิดรับสมัครทหารอาสาของกองทัพบก 620 อัตรา วุฒิ ปริญญาตรี รับสมัคร 27 กุมภาพันธ์ – 16 เมษายน 2569

หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน เปิดรับสมัครทหารอาสาของกองทัพบก 620 อัตรา วุฒิ ปริญญาตรี รับสมัครด้วยตนเอง 27 กุมภาพันธ์ – 16 เมษายน 2569

ตำแหน่งที่เปิดรับสมัคร
1. ประเภทนายทหารสัญญาบัตร จำนวน 120 อัตรา (ตามผนวก ก บัญชีตำแหน่ง
2. ประเภทนายทหารประทวน จำนวน 500 อัตรา ดังนี้
2.1 ตำแหน่งทั่วไป จำนวน 329 อัตรา (ตามผนวก ข บัญชีตำแหน่งเปิดสอบคัดเลือก)
2.2 ตำแหน่งพลขับรถ จำนวน 171 อัตรา (ตามผนวก ค บัญชีตำแหน่งเปิดสอบคัดเลือก)

คุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์สมัครสอบ
– เพศชาย
– เป็น กำลังพลสำรอง ซึ่งได้แก่บุคคลดังต่อไปนี้
– บุคคลซึ่งเป็นกำลังพลสำรองประเภทหนึ่งตามกฎหมายว่าด้วยการจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหมที่มีการบรรจุในบัญชีบรรจุกำลังตามกฎหมายว่าด้วยกำลังพลสำรอง
– ทหารกองหนุนประเภทที่ 1 โดยเป็นทหารที่ปลดจากกองประจำการซึ่งรับราชการในกองประจำการจนครบกำหนด หรือทหารกองเกินซึ่งสำเร็จการฝึกวิชาทหารตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร และได้ขึ้นทะเบียนกองประจำการแล้วปลดเป็นกองหนุนตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร

3. อายุ
– กรณีสอบบรรจุเข้าเป็นทหารอาสาในตำแหน่งนายทหารสัญญาบัตร ต้องมีอายุระหว่าง 18 ปีบริบูรณ์ ถึง 30 ปีบริบูรณ์ (เกิดตั้งแต่ พ.ศ. 2539 -พ.ศ. 2551) นับอายุตามกฎหมาย
ว่าด้วยการรับราชการทหาร
– กรณีสอบบรรจุเข้าเป็นทหารอาสาในตำแหน่งนายทหารประทวน มีรายละเอียด ดังนี้
– กรณีเลือกสอบบรรจุตำแหน่งทั่วไป ต้องมีอายุระหว่าง 18 ปีบริบูรณ์ถึง 25 ปีบริบูรณ์ (เกิดตั้งแต่ พ.ศ. 2544 – พ.ศ. 2551) นับอายุตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร
– กรณีเลือกสอบบรรจุตำแหน่ง พลขับรถ ต้องมีอายุระหว่าง 22 ปีบริบูรณ์ ถึง 25ปีบริบูรณ์ (เกิดตั้งแต่ พ.ศ. 2554 – พ.ศ. 2557)นับอายุตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร
และมีใบอนุญาตขับรถยนต์ กรมการขนส่งทางบก ในวันรายงานตัวเพื่อเลือกตำแหน่งบรรจุจ้าง

4. คุณวุฒิการศึกษา
– กรณีสอบบรรจุเข้าเป็นทหารอาสาในตำแหน่งนายทหารสัญญาบัตร ต้องเป็นผู้มีคุณวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี จากสถานศึกษาที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)ให้การรับรอง หรือสถานศึกษาในต่างประเทศที่กระทรวงกลาโหมยินยอมให้บรรจุเข้ารับราชการ
– กรณีสอบบรรจุเข้าเป็นทหารอาสาในตำแหน่งนายทหารประทวน ต้องสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า
– ต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติทั่วไปตามพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2497
– มีสัญชาติไทยโดยการเกิด
– ไม่เป็นโรคที่ขัดต่อการเข้ารับราชการทหาร ตามบัญชีชื่อความพิการ ทุพพลภาพ หรือโรคตามกฎกระทรวงฉบับที่ 74 (พ.ศ. 2550) และ ฉบับที่ 76 (พ.ศ. 2555) ออกตามความในพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2497 ซึ่งไม่สามารถจะรับราชการทหารได้ และต้องมีความสูงตั้งแต่ 160 เซนติเมตร
ขึ้นไป มีขนาดรอบตัวตั้งแต่ 46 เซนติเมตรขึ้นไป ในเวลาหายใจออก และมีน้ำหนักตัวตั้งแต่ 48 กิโลกรัมขึ้นไป
– ไม่เป็นโรคที่คณะกรรมการพิจารณาแล้ว เห็นว่าไม่เหมาะสม ได้แก่ ตาบอดสีและติดเชื้อ HIV หรือมีสภาพร่างกายที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ ในการบรรจุเข้าเป็นทหารอาสา
– ไม่เป็นผู้มีร่างกายทุพพลภาพ ไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ หรือจิตฟันเฟือนไม่สมประกอบ หรือเป็นโรคที่สังคมรังเกียจ
– เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
– ไม่เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรม ไม่เป็นผู้ที่มีหนี้สินล้นพ้นตัว หรือเป็นบุคคลล้มละลายตามคำพิพากษาของศาล
– ไม่อยู่ในสมณเพศ
– ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างเป็นจำเลยในคดีอาญา และไม่เคยต้องโทษจำคุกตามคำพิพากษาของศาลในคดีอาญา ยกเว้นแต่ความผิดฐานประมาทหรือลหุโทษ
– ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างพักราชการเนื่องจากความผิด หรือหนีราชการ
– เป็นผู้เคยถูกปลดเพราะความผิดหรือถูกไล่ออกจากราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ
– ไม่เคยทุจริตในการสมัครสอบหรือการสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนทหาร หรือการสอบเข้ารับราชการทหารมาก่อน
– ไม่เป็นผู้เสพยาเสพติด หรือสารเคมีเสพติดให้โทษ
– ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
– ไม่มีรอยสักเห็นอย่างชัดเจนนอกร่มผ้าเมื่อแต่งกายด้วยเครื่องแบบทหาร หรือชุดกีฬาของหน่วย (เสื้อคอวี, กางเกงกีฬาขาสั้นหรือเหนือเข่า) หรือมีรอยสักที่มีลักษณะส่งผลกระทบ ต่อภาพลักษณ์ของทางราชการทหาร
– ผู้สมัครที่ผ่านการสอบคัดเลือกรอบแรก (ภาควิชาการ) จะต้องตั้งค่าการมองเห็นบัญชีโซเชียลมีเดียของผู้สมัครทุกบัญชีเป็นค่าสาธารณะ ตั้งแต่วันที่ประกาศผลสอบรอบแรก (ภาควิชาการ)จนถึงวันที่ประกาศผลสอบรอบสุดท้าย หากมีความจำเป็นคณะกรรมการสามารถแจ้งให้ผู้สมัครดำเนินการเพิ่มเติมเป็นกรณีไปหนังสือเตรียมสอบ ก.พ.

การรับสมัคร

สมัครได้ด้วยตนเอง ณ สถานที่รับสมัคร 35 แห่ง ดังนี้
ผู้ที่มีความประสงค์บรรจุเป็นทหารอาสา สังกัดหน่วยทหารในพื้นที่กองทัพภาคที่ ๑ ให้ยื่นใบสมัครต่อหน่วยรับสมัคร ดังนี้
1. หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน เลขที่ 2 ถนนเจริญกรุงแขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
2. มณฑลทหารบกที่ 12 ค่ายจักรพงษ์ อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี
3. มณฑลทหารบกที่ 13 ถนนนารายณ์มหาราช อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี
4. มณฑลทหารบกที่ 14 ค่ายนวมินทราชินี อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี
5. มณฑลทหารบกที่ 15 ค่ายรามราชนิเวศน์ อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี
6. มณฑลทหารบกที่ 16 ค่ายภาณุรังสี อำเภอเมืองราชบุรีจังหวัดราชบุรี
7. มณฑลทหารบกที่ 17ค่ายสุรสีห์ อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี
8. มณฑลทหารบกที่ 18 ค่ายอดิศร อำเภอเมืองสระบุรีจังหวัดสระบุรี
9. มณฑลทหารบกที่ 19 ค่ายสุรสิงหนาท อำเภออรัญประเทศ จังหวัด สระแก้ว
– ผู้ที่มีความประสงค์บรรจุเป็นทหารอาสา สังกัดหน่วยทหารในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 ให้ยื่นใบสมัครต่อหน่วยรับสมัคร ดังนี้
1. มณฑลทหารบกที่ 12 ค่ายสุรนารี อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา
2. มณฑลทหารบกที่ 22 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี
3. มณฑลทหารบกที่ 23ค่ายศรีพัชรินทร์ อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น
4. มณฑลทหารบกที่ 24 ค่ายประจักษ์ศิลปาคม อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี
5. มณฑลทหารบกที่ 25 ค่ายวีรวัฒน์โยธิน อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์
6. มณฑลทหารบกที่ 26 ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์
7. มณฑลทหารบกที่ 27 ค่ายประเสริฐสงคราม อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด
8. มณฑลทหารบกที่ 28 ค่ายศรีสองรัก อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย
9. มณฑลทหารบกที่ 29 ค่ายกฤษณ์สีวะรา อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร
10. มณฑลทหารบกที่ 210 ค่ายพระยอดเมืองขวาง อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม

– ผู้ที่มีความประสงค์บรรจุเป็นทหารอาสา สังกัดหน่วยทหารในพื้นที่ กองทัพภาคที่ 3 ให้ยื่นใบสมัครต่อหน่วยรับสมัคร ดังนี้
1. มณฑลทหารบกที่ 31 ค่ายจิรประวัติ อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์
2. มณฑลทหารบกที่ 32 ค่ายสุรศักดิ์มนตรี อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง
3. มณฑลทหารบกที่ 33 ค่ายกาวิละ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
4. มณฑลทหารบกที่ 34 ค่ายขุนเจืองธรรมิกราช อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา
5. มณฑลทหารบกที่ 35 ค่ายพระยาพิชัยดาบหัก อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์
6. มณฑลทหารบกที่ 36 ค่ายพ่อขุนผาเมือง อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์
7. มณฑลทหารบกที่ 37 ค่ายเม็งรายมหาราช อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
8. มณฑลทหารบกที่ 38 ค่ายสุริยพงษ์ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน
9. มณฑลทหารบกที่ 39 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก
10. มณฑลทหารบกที่ 310 ค่ายวชิรปราการ อำเภอเมืองตาก จังหวัดตาก

– ผู้ที่มีความประสงค์บรรจุเป็นทหารอาสา สังกัดหน่วยทหารในพื้นที่
กองทัพภาคที่ 4 ให้ยื่นใบสมัครต่อหน่วยรับสมัคร ดังนี้
1. มณฑลทหารบกที่ 41 ค่ายวชิราวุธ อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช
2. มณฑลทหารบกที่ 42 ค่ายเสนาณรงค์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
3. มณฑลทหารบกที่ 43 ค่ายเทพสตรีศรีสุนทร อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช
4. มณฑลทหารบกที่ 44 ค่ายเขตอุดมศักดิ์ อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร
5. มณฑลทหารบกที่ 45 ค่ายวิภาวดีรังสิต อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี
6. มณฑลทหารบกที่ 46 ค่ายอิงคยุทธบริหาร อำเภอหนองจิกจังหวัดปัตตานี

– การรับสมัครในพื้นที่ส่วนกลาง สำหรับผู้ที่มีความประสงค์บรรจุเป็น ทหารอาสา สังกัดหน่วยทหารในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2, กองทัพภาคที่ 3 และ กองทัพภาคที่ 4 แต่มีภูมิลำเนา หรือประกอบอาชีพในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล สามารถยื่นใบสมัครได้ที่หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน
เลขที่ 2 ถนนเจริญกรุง แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร (ทั้งนี้ต้องเดินทางไปสอบคัดเลือกตามสนามสอบกองทัพภาค ที่มีความประสงค์บรรจุ)
– รับสมัครห้วงวันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ถึง วันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน 2569 ในวันเวลาราชการ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ผู้สมัครสอบสามารถยื่นใบสมัคร ณ สถานที่รับสมัครได้เพียงแห่งเดียวเท่านั้น ซึ่งจะต้องดำเนินการตามขั้นตอน และเงื่อนไขการสมัครสอบ ดังนี้
– ผู้สมัครสอบต้องกรอกข้อความในใบสมัครให้ถูกต้องครบถ้วน และรับรองตนเองว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติสำหรับตำแหน่งตรงตามประกาศรับสมัครจริง ในกรณีที่มีความผิดพลาดอันเกิดจาก ผู้สมัครสอบ หรือตรวจสอบพบว่าเอกสารหลักฐานซึ่งผู้สมัครสอบนำมายื่นเป็นเท็จ ไม่ตรงตามความจริง
ของผู้สมัคร หรือไม่เป็นไปตามประกาศรับสมัครสอบ หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน จะถือว่าผู้สมัครสอบเป็น ผู้ขาดคุณสมบัติ ในการสมัครสอบครั้งนี้มาตั้งแต่ต้น และถือว่าการสอบในครั้งนี้เป็นโมฆะจะไม่มีสิทธิ์ในการสอบครั้งต่อไป
– ผู้สมัครสอบสามารถแจ้งความประสงค์จะบรรจุเข้าเป็นทหารอาสาได้เพียง 1 ประเภท (นายทหารสัญญาบัตร หรือนายทหารประทวน)
– ผู้สมัครสอบจะต้องเป็นผู้มีวุฒิการศึกษาตรงตามคุณสมบัติสำหรับตำแหน่ง ของผู้มีสิทธิ์สมัครสอบ ในข้อ 2.5 โดยต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาและได้รับการอนุมัติจากผู้มีอำนาจอนุมัติ ก่อนวันเลือกตำแหน่งบรรจุจ้าง คือ วันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2569


ติดตามข่าวบน Facebook กด Like เพื่อไม่พลาดข่าว !!!



ติดตามข่าวบนกลุ่ม line เพื่อไม่พลาดข่าว !!!