โรงเรียนนายร้อยตำรวจ เปิดรับสมัครบุคคลภายนอก เข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร 315 อัตรา รับสมัครทางอินเทอร์เน็ต – 20 กุมภาพันธ์ 2569

โรงเรียนนายร้อยตำรวจ เปิดรับสมัครบุคคลภายนอก เข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร 315 อัตรา รับสมัครทางอินเทอร์เน็ต – 20 กุมภาพันธ์ 2569

แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้
1. กลุ่มบุคคลภายนอก (ชาย) จำนวน 255อัตรา (นตท.1)
2. กลุ่มข้าราชการตำรวจ หรือนักเรียนนายสิบตำรวจ (ชาย) จำนวน 30 อัตรา (นตท.2)
3. กลุ่มบุคคลภายนอก (ชาย) โครงการสิทธิพิเศษแก่บุตรข้าราชการตำรวจผู้เสียสละที่เสียชีวิต สูญหาย พิการทุพพลภาพ หรือบาดเจ็บสาหัส เนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการ เป็นการเฉพาะกลุ่ม จำนวน 30 อัตรา (นตท.3)

พื้นความรู้และคุณสมบัติของผู้สมัคร
1. กลุ่มบุคคลภายนอก (ชาย) (นตท.1) ต้องมีพื้นความรู้และคุณสมบัติ ดังนี้
1.1 สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 (ม.4) หลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการหรือเทียบเท่า (สำหรับกรณีผู้ที่ไม่ได้ศึกษาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เช่น หลักสูตร
ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)จะต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาครบตามหลักสูตรแล้วเท่านั้น)
1.2 อายุไม่ต่ำกว่า 16 ปี และไม่เกิน 18 ปี ในปีที่จะเข้ารับการศึกษาเป็นนักเรียนเตรียมทหาร การนับอายุให้นับตามกฎหมาย ว่าด้วยการรับราชการทหาร (นับปีชนปี) (ผู้สมัครต้องเป็นผู้ที่เกิดระหว่าง พ.ศ. 2551 – 2553)
1.3 มีสัญชาติไทยโดยการเกิด และบิดา มารดา มีสัญชาติไทยโดยการเกิด แต่ถ้าบิดาเป็นนายทหารสัญญาบัตร ข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร หรือนายทหารประทวน ข้าราชการตำรวจชั้นประทวนซึ่งมีสัญชาติไทยโดยการเกิดแล้ว มารดาจะมิใช่เป็นผู้มีสัญชาติไทยโดยการเกิดก็ได้ ทั้งนี้ มารดาจะต้องแปลงสัญชาติเป็นสัญชาติไทยแล้ว ก่อนวันรับสมัครสอบ
1.4 มีอวัยวะ รูปร่าง ลักษณะท่าทาง ขนาดของร่างกายเหมาะสมแก่การเป็นทหารหรือตำรวจ ไม่เป็นโรคตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงออกตามความในกฎหมาย ว่าด้วยการรับราชการทหารกฎกระทรวงออกตามความในกฎหมาย ว่าด้วยตำรวจแห่งชาติ และตามผนวกท้ายระเบียบกองทัพไทย ว่าด้วยโรงเรียนเตรียมทหาร
1.5 เป็นชายโสด ไม่เคยมีความประพฤติเสื่อมเสียทางเพศ หรือติดต่อได้เสียกับหญิงถึงขั้นที่จะถือว่าเป็นภรรยา
1.6 เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย ไม่บกพร่องในศีลธรรมอันดี มีอุดมการณ์เลื่อมใสในระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และมีผู้ปกครองดูแลรับผิดชอบ
1.7 ไม่เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว และไม่เคยเป็นบุคคลล้มละลาย
1.8 ไม่เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาคดีถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ
1.9 ไม่เป็นผู้ที่อยู่ในระหว่างพักราชการ หรือหนีราชการ
1.10 ไม่เป็นผู้ที่เคยถูกให้ออก หรือไล่ออกจากโรงเรียนทหาร หรือสถานศึกษาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพราะความผิด หรือถูกถอนทะเบียนจากความเป็นนักเรียนเตรียมทหาร
1.11 ไม่เป็นผู้เสพยาเสพติด หรือสิ่งเสพติดที่ผิดกฎหมาย หรือเป็นอันตรายต่อสุขภาพ
1.12 บิดา มารดา และผู้ปกครองเป็นผู้มีอาชีพอันชอบธรรม หรือมีหลักฐาน
1.13 เป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตจากบิดา มารดา หรือผู้ปกครองให้สมัครเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารแล้ว
1.14 ต้องมีผู้ปกครอง หรือผู้ค้ำประกัน ซึ่งสามารถรับรองข้อความ และพันธกรณี ตามที่กองทัพไทยกำหนด
1.15 ต้องไม่มีพันธกรณีผูกพันกับองค์กรของรัฐบาล หรือเอกชน อันจะเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา
1.16 ไม่เป็นผู้ที่เคยทุจริตในการสมัคร หรือในการสอบคัดเลือกมาแล้ว
1.17 พื้นความรู้และคุณสมบัติดังกล่าวนี้ แม้ปรากฏว่าเป็นความเท็จขึ้นภายหลังที่รับเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารแล้วก็ตาม จะต้องออกจากความเป็นนักเรียนเตรียมทหารทันที

2. กลุ่มข้าราชการตำรวจ หรือนักเรียนนายสิบตำรวจ (ชาย) (นตท.2) ต้องมีพื้นความรู้
และคุณสมบัติ ตาม 1.3 ถึง 1.7และต้องมีพื้นความรู้และคุณสมบัติเพิ่มเติม ดังนี้
2.1 เป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ หรือข้าราชการตำรวจชั้นประทวน ในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
2.2 สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย หลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการหรือเทียบเท่า
2.3 อายุไม่เกิน 24 ปีบริบูรณ์ ในปีที่จะเข้ารับการศึกษาเป็นนักเรียนเตรียมทหาร การนับอายุให้นับตามกฎหมาย ว่าด้วยการรับราชการทหาร (นับปีชนปี) (ผู้สมัครต้องเป็นผู้ที่เกิดระหว่าง พ.ศ. 2545- 2551)
2.4 ในรอบ 12 เดือนที่แล้วมา ถึงวันเปิดรับสมัครต้องไม่ถูกลงโทษทางวินัยสูงกว่าโทษภาคทัณฑ์
2.5 ต้องไม่อยู่ในระหว่างถูกตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย หรือต้องหาในคดีอาญาเว้นแต่ต้องหาในคดีอาญาอันเนื่องจากการปฏิบัติราชการตามหน้าที่
2.6 ร่างกายต้องสูงไม่น้อยกว่า 160 เซนติเมตร และรอบอกไม่น้อยกว่า 77 เซนติเมตร ผู้สมัครสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
กรณีข้าราชการตำรวจ จะต้องให้ผู้บังคับบัญชาตั้งแต่ตำแหน่งผู้กำกับการหรือตำแหน่งเทียบเท่าขึ้นไป รับรองพื้นความรู้ คุณสมบัติ และความประพฤติด้วย

3.กลุ่มบุคคลภายนอก (ชาย) โครงการสิทธิพิเศษแก่บุตรข้าราชการตำรวจผู้เสียสละที่เสียชีวิต สูญหาย พิการทุพพลภาพ หรือบาดเจ็บสาหัส เนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการ เป็นการเฉพาะกลุ่ม(นตท.3) ต้องมีพื้นความรู้และคุณสมบัติ ตาม 1. และต้องมีคุณสมบัติเพิ่มเติม ดังนี้
3.1 เป็นบุตร (ผู้สืบสายโลหิต) ของข้าราชการตำรวจที่เสียชีวิต สูญหาย หรือพิการทุพพลภาพ จนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ราชการได้และถูกสั่งให้ออกจากราชการ หรือบาดเจ็บสาหัส เนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการ ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการให้บำเหน็จความชอบเป็นกรณีพิเศษ พ.ศ. 2521และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยบำเหน็จความชอบ ค่าทดแทน และการช่วยเหลือเจ้าหน้าที่และประชาชน ผู้ปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือช่วยเหลือราชการ เนื่องในการป้องกันอธิปไตยและรักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศ พ.ศ. 2521 (ระเบียบ บ.ท.ช.) หรือ
3.2 เป็นบุตร (ผู้สืบสายโลหิต)ของข้าราชการตำรวจที่ได้รับอันตรายหรือการป่วยเจ็บเพราะเหตุปฏิบัติหน้าที่ราชการ หรือถูกประทุษร้ายเพราะเหตุกระทำการตามหน้าที่ถึงทุพพลภาพหรือพิการแต่ยังคงรับราชการต่อไปตามพระราชบัญญัติสงเคราะห์ข้าราชการผู้ได้รับอันตรายหรือการป่วยเจ็บเพราะเหตุปฏิบัติราชการ พ.ศ.2556

การรับสมัคร
1. ผู้สมัครต้องเลือกกลุ่มสมัครให้ถูกต้อง ตั้งแต่ขั้นตอนการกรอกข้อมูลการสมัคร เพราะจะมีผลโดยตรงต่อการรับสมัครและสอบคัดเลือกฯ ในทุกขั้นตอน ทั้งนี้ หากผู้สมัครตรวจสอบพบด้วยตนเองว่าเลือกกลุ่มสมัครผิดกลุ่ม ให้ติดต่อขอแก้ไขกลุ่มสมัครโดยด่วน ภายในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 หากเลยกำหนด จะถือว่าการเลือกกลุ่มสมัครของผู้สมัครดำเนินการถูกต้องโดยสมัครใจแล้ว โดยลำดับการสมัครจะถูกจัดลำดับใหม่ ยึดถือตามวัน เวลา ที่ได้รับอนุมัติให้แก้ไขกลุ่มสมัครแทนการจัดลำดับการสมัครเดิม หากผู้สมัคร
สมัครผิดกลุ่ม โดยขาดคุณสมบัติตามกลุ่มที่สมัคร และไม่ขอแก้ไขภายในกำหนด อาจถูกตัดสิทธิ์ในการสอบภาควิชาการ จะเรียกร้องสิทธิ์ใด ๆ มิได้

2. สมัครทางอินเทอร์เน็ต เว็บไซต์ https://admission.rpca.ac.th หรือ https://pca.ac.th ระหว่างวันที่ 5 มกราคม 2569 ถึง วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569โดยผู้สมัครสามารถเข้าระบบรับสมัครได้ ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2569 เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป ตลอด 24 ชั่วโมง ยกเว้น วันสุดท้ายที่รับสมัคร วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2679 จะรับสมัครถึงเวลา 16.00 น. (รับสมัครทางอินเทอร์เน็ตช่องทางเดียว ไม่รับสมัครที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ หรือสถานที่อื่นใด)
– กลุ่มบุคคลภายนอก (ชาย) (นตท.๑) และกลุ่มบุคคลภายนอก (ชาย) โครงการสิทธิพิเศษแก่บุตรข้าราชการตำรวจผู้เสียสละ ที่เสียชีวิต สูญหาย พิการทุพพลภาพ หรือบาดเจ็บสาหัส เนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการ เป็นการเฉพาะกลุ่ม (นตท.๓) จะต้องอัปโหลด (Upload) ไฟล์รูปถ่ายครึ่งตัว ขนาดไฟล์ไม่เกิน ๑๐๐ Kb. ประเภทของไฟล์เป็น JPG, .PNG หรือ .GIF แต่งกายชุดนักเรียน หรือชุดนักศึกษาหน้าตรง ไม่สวมหมวก ไม่สวมแว่น ต้องเป็นรูปที่ถ่ายในคราวเดียวกัน ไม่เกิน 3 เดือน นับถึงวันยื่นสมัครเพื่อใช้ประกอบในการสมัคร หากรูปถ่ายไม่ถูกต้องอาจส่งผลต่อการตรวจสอบตัวบุคคลในการเข้าสอบ และกรรมการคุมสอบ อาจไม่อนุญาตให้เข้าสอบจะถือเป็นความบกพร่องของผู้สมัคร และจะอ้างว่า
ระบบรับสมัครได้ทำการรับสมัครไว้แล้วไม่ได้
– กลุ่มข้าราชการตำรวจ หรือนักเรียนนายสิบตำรวจ (นตท.๒) จะต้องอัปโหลด (Upload) ไฟล์รูปถ่ายครึ่งตัว ขนาดไฟล์ไม่เกิน ๑๐๐ Kb. ประเภทของไฟล์เป็น .JPG, PNG หรือ GIF
แต่งกายชุดเครื่องแบบ ถูกต้องตามระเบียบ หน้าตรง ไม่สวมหมวก ไม่สวมแว่น ต้องเป็นรูปที่ถ่ายในคราวเดียวกัน ไม่เกิน 3 เดือน นับถึงวันยื่นสมัคร เพื่อใช้ประกอบในการสมัคร หากรูปถ่ายไม่ถูกต้อง อาจส่งผลต่อการตรวจสอบตัวบุคคลในการเข้าสอบ และกรรมการคุมสอบอาจไม่อนุญาตให้เข้าสอบจะถือเป็นความบกพร่อง
ของผู้สมัคร และจะอ้างว่าระบบรับสมัครได้ทำการรับสมัครไว้แล้วไม่ได้
– ผู้สมัครกลุ่มบุคคลภายนอก (ชาย) โครงการสิทธิพิเศษแก่บุตรข้าราชการตำรวจผู้เสียสละ ที่เสียชีวิต สูญหาย พิการทุพพลภาพ หรือบาดเจ็บสาหัส เนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการเป็นการเฉพาะกลุ่ม (นตท.๓) เมื่อดำเนินการสมัครเรียบร้อยแล้ว ให้ส่งสำเนาเอกสารหลักฐานที่แสดงถึง
การมีคุณสมบัติ พร้อมเบอร์โทรศัพท์ ดังนี้
– ส่งเอกสารหลักฐานด้วยตนเอง ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2569 ถึง วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 08.30 น. ถึง เวลา 16.30 น. (วัน และเวลาราชการ) ณ ฝ่ายนิติการ
กองบังคับการอำนวยการ อาคารกองบัญชาการโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ชั้น 2 ตำบลสามพราน อำเภอ สามพราน จังหวัดนครปฐม หรือ

3. ส่งทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) มาที่ผู้กำกับการ ฝ่ายนิติการ กองบังคับการอำนวยการ 90 หมู่ 7 โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ตำบลสามพราน อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม 73110 วงเล็บมุมซองด้านล่าง ให้ชัดเจนว่า “เอกสารการสมัคร นตท. โครงการสิทธิพิเศษฯ (นตท.๓)”ต้องประทับตราไปรษณีย์ ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2569 ถึง วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 โดยจะดูตราประทับไปรษณีย์ต้นทางเป็นสำคัญ หากเกินกำหนดถือว่าสละสิทธิ์ที่จะใช้สิทธิ์คะแนนเพิ่มพิเศษดังกล่าว และกรณีผู้สมัครไม่ส่งเอกสารมาแบบไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) หากเอกสารสูญหายไม่ว่ากรณีใด โรงเรียนนายร้อยตำรวจจะไม่รับผิดชอบ โดยจะถือเป็นความบกพร่องของผู้สมัคร จะอ้างว่าไม่ทราบไม่ได้ และจะเรียกร้องสิทธิ์ใด ๆ มิได้โรงเรียนนายร้อยตำรวจจะตรวจสอบคุณสมบัติ และแจ้งผลให้ทราบทางโทรศัพท์ และทางไปรษณีย์โดยเร็วก่อนวันสอบภาควิชาการ


ติดตามข่าวบน Facebook กด Like เพื่อไม่พลาดข่าว !!!



ติดตามข่าวบนกลุ่ม line เพื่อไม่พลาดข่าว !!!